วิธีหาว่า Defect ที่เกิดขึ้น เกิดจาก Backend หรือ Frontend

Share This Post

การจะระบุว่า defect เกิดจาก backend หรือ frontend สามารถพิจารณาได้จากปัจจัยต่อไปนี้:

1. ตรวจสอบจาก Error Message หรือ Console Logs

  • Frontend Issue:
    • เปิด DevTools (F12) → ไปที่แท็บ Console หรือ Network
    • หากมี JavaScript error, CSS issue, หรือ API response ไม่ถูกต้อง อาจเป็นปัญหาของ frontend
ปัญหาอธิบายผลกระทบตัวอย่าง
JavaScript Errorการเข้าถึง property ของ object ที่ไม่ได้กำหนดค่าUI หยุดทำงาน หรือแสดงข้อมูลผิดCannot read property 'name' of undefined
CSS Issueการตั้งค่าตำแหน่งหรือเลย์เอาท์ไม่ถูกต้องUI แสดงผิด หรือฟังก์ชันไม่สามารถคลิกได้ปุ่ม “Submit” ซ้อนทับด้วยแถบเมนู
API Response ไม่ถูกต้องAPI ส่งข้อมูลผิด หรือไม่มีข้อมูลข้อมูลไม่แสดงหรือแสดงผลผิดAPI ตอบกลับ 404 หรือข้อมูลไม่ครบ
  • Backend Issue:
    • ไปที่แท็บ Network → ตรวจสอบ API response
    • ถ้า API request ไปแล้วได้ 500 Internal Server Error, 404 Not Found หรือ 401 Unauthorized อาจเป็นปัญหาของ backend
    • ดูรายละเอียด response message หรือ stack trace

2. ตรวจสอบ API Request & Response

  • ลองเปิด Network ดู API request ที่ถูกส่งไป
  • ถ้า request ถูกต้อง แต่ response ผิดหรือช้า → Backend อาจมีปัญหา
  • ถ้า request ผิด หรือ UI ไม่ได้ส่ง request เลย → Frontend อาจมีปัญหา

API Response ไม่ถูกต้อง อาจเป็น defect ทั้งใน frontend และ backend ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา:

1. Backend Issue (Defect at Backend)

หาก API ตอบกลับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เช่น:

  • ส่ง ข้อมูลผิดพลาด หรือ ข้อมูลไม่ครบ (ข้อมูลที่ส่งไม่ตรงกับที่ UI คาดหวัง)
  • ส่ง error code เช่น 500 Internal Server Error, 404 Not Found, หรือ 403 Forbidden
  • ฐานข้อมูล ที่ API เรียกใช้ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ หรือ API ไม่สามารถประมวลผลคำขอได้

ตัวอย่าง:

  • เมื่อ API ที่ backend ถูกเรียกแล้วไม่สามารถดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลได้และตอบกลับเป็น 500 Internal Server Error
  • หรือ API ส่งข้อมูลที่ไม่ตรงกับฟอร์แมตที่ UI ต้องการ เช่น ส่ง null แทนที่จะส่งค่าของฟิลด์ที่คาดหวัง

2. Frontend Issue (Defect at Frontend)

หาก frontend ส่ง request ไปยัง API ไม่ถูกต้อง หรือไม่สามารถจัดการกับ response ได้อย่างถูกต้อง:

  • API request ที่ frontend ส่งไม่ถูกต้อง เช่น URL ของ endpoint ผิด, parameter ที่ส่งผิด
  • การประมวลผลข้อมูล ที่ได้จาก API ใน frontend ไม่ถูกต้อง เช่น การแสดงผลข้อมูลผิดหรือไม่แสดงข้อมูลตามที่ได้รับมา

ตัวอย่าง:

  • หน้าเว็บส่ง request ไปยัง API ที่ถูกต้อง แต่ใน frontend พยายามเข้าถึง property ที่ไม่ถูกต้องจากข้อมูล API (เช่น การพยายามใช้ข้อมูลที่ไม่มีอยู่ใน response)
  • หรือ frontend อาจมี bug ที่ทำให้ไม่สามารถแสดงข้อมูลจาก API ได้ตามที่ควร

สรุป:

  • ถ้า API ส่งข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือมีข้อผิดพลาดในการตอบกลับ (เช่น error code 500 หรือข้อมูลผิด) เป็นปัญหาจาก backend.
  • ถ้า frontend ส่ง request ไปยัง API ผิด หรือไม่สามารถจัดการกับข้อมูลจาก API ได้อย่างถูกต้อง เป็นปัญหาจาก frontend.

การวิเคราะห์และตรวจสอบ logs จากทั้ง frontend และ backend จะช่วยให้คุณระบุแหล่งที่มาของปัญหานี้ได้ชัดเจน

3. ลองเปลี่ยน Data และทดสอบซ้ำ

  • ถ้าเปลี่ยนค่า input แล้ว UI แสดงผลผิดปกติ แต่ API response ถูกต้อง → เป็นที่ frontend
  • ถ้า API response ผิด แม้ UI ส่ง request ถูกต้อง → เป็นที่ backend

4. ตรวจสอบกับ Database หรือ Logs ของ Backend

  • ถ้า API ส่งค่าถูกต้อง แต่ข้อมูลใน Database ไม่อัปเดต หรือ API ดึงข้อมูลมาผิด อาจเป็นปัญหาของ backend

5. ใช้ Postman หรือ Curl ทดสอบ API โดยตรง

  • ถ้าใช้ Postman ยิง API ตรง ๆ แล้วยังได้ response ผิด → Backend มีปัญหา
  • ถ้า API ตอบถูก แต่ UI แสดงผิด → Frontend มีปัญหา

สรุป

อาการน่าจะเป็นปัญหาของ
หน้าเว็บโหลดไม่ขึ้น, มี JavaScript errorFrontend
UI ไม่อัปเดตหลังจากกดปุ่ม แต่ API ตอบกลับถูกต้องFrontend
API ไม่ถูกเรียกเลยเมื่อกดปุ่มFrontend
API ตอบกลับ 500, 404, 401 หรือข้อมูลผิดBackend
ใช้ Postman ทดสอบ API แล้วได้ข้อมูลผิดBackend
API response ช้า หรือ timeoutBackend

วิธีที่ดีที่สุดคือดูที่ logs และตรวจสอบ request-response อย่างละเอียด แล้วค่อย debug ต่อไป

Subscribe To Our Newsletter

Get updates and learn from the best

More To Explore

หางาน Software Tester

งาน Software Tester คืออะไร? อยากสมัครงาน Software Tester ต้องมีทักษะอะไรบ้าง

งาน Software Tester คืออะไร? Software Tester คือบุคคลที่มีหน้าที่ตรวจสอบและทดสอบซอฟต์แวร์เพื่อให้แน่ใจว่าระบบทำงานได้อย่างถูกต้อง ปราศจากข้อผิดพลาด (bug) และตรงตามความต้องการของผู้ใช้ งานนี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ เนื่องจากช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังจากซอฟต์แวร์ถูกนำไปใช้งานจริง Software Tester อาจทำงานในหลายรูปแบบ เช่น Manual Testing (ทดสอบด้วยตนเอง) และ Automation Testing (ใช้เครื่องมือช่วยในการทดสอบ) ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและการนำไปใช้ที่แตกต่างกัน ทักษะที่จำเป็นสำหรับงาน

หางาน Software Tester

สมัครงาน Software Tester แต่ไม่มีประสบการณ์ ทำอย่างไรให้ได้งาน? หางาน Software Tester ที่รับเด็กจบใหม่ ทำยังไงให้ได้งานไว?

การเริ่มต้นอาชีพเป็น Software Tester อาจเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม หากคุณรู้วิธีเตรียมตัวและหางานอย่างมีประสิทธิภาพ คุณก็สามารถได้งานในสายนี้เร็วขึ้น มาดูกันว่าเราควรทำอย่างไรบ้าง! 1. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนสมัครงาน 1.1 ศึกษาเกี่ยวกับ Software Testing แม้ว่าคุณจะเรียนจบจากสาขาที่เกี่ยวข้อง แต่บางครั้งความรู้จากมหาวิทยาลัยอาจไม่เพียงพอ แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 1.2 ฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือจริง 1.3 สร้างโปรไฟล์ที่น่าสนใจ 2. วิธีหางาน Software Tester

Do you want to know more ?

drop us a line and keep in touch